รู้เท่าทันผลกระทบของการ ‘ถูกกลั่นแกล้ง’ ในโรงเรียน ที่มีมากกว่าน้ำตา

ในสายตาผู้ใหญ่การกลั่นแกล้งหรือรังแกในโรงเรียนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล่นสนุกของเด็กๆ และมักคิดว่าพอเด็กๆ โตขึ้นพฤติกรรมนี้ก็จะหายไปเอง แต่หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า ‘ผลกระทบ’ ที่เกิดจากการถูกรังแกหรือกลั่นแกล้งร้ายแรงกว่าที่คิด ทั้งต่อตัวเด็กที่ถูกกระทำและเด็กที่เป็นผู้กระทำ เพราะในความเป็นจริงการกลั่นแกล้งหรือรังแกในโรงเรียนไม่ใช่เรื่องล้อเล่น โดยจะทำให้…

  • เด็กที่ถูกรังแก เกิดอากาศซึมเศร้าหรือวิตกกังวลจากการโดนเพื่อนกลั่นแกล้งอยู่เสมอ และจากอาการวิตกกังวลหรือซึมเศร้าจึงแสดงออกทางกายภาพ เช่น ไม่อยากกินข้าว นอนไม่หลับ ฯลฯ ซึ่งอาการเหล่านี้จะส่งผลต่อร่างกาย จนเกิดเป็นอาการป่วย เมื่อร่างกายป่วย จิตไม่แข็งแรง  ย่อมส่งผลกระทบอื่นๆ ตามมาทั้งผลการเรียนที่ลดลง ไม่มีความสุข หวาดกลัวการเข้าสังคม เป็นต้น ขณะเดียวกันเด็กๆ กลุ่มนี้จะเกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว และความรู้สึกนี้จะยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อไม่มีเพื่อนหรือผู้ใหญ่เข้ามาห้ามปราม นานวันเข้าเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งจะเสี่ยงเป็นเป็นผู้รังแกคนอื่นในอนาคตได้
  • เด็กที่ชอบรังแกคนอื่น ผลกระทบของการเป็นผู้กระทำ เริ่มจากถูกมองเป็นเด็กก้าวร้าว ชอบใข้ความรุนแรง ไม่รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่น ส่งผลให้เพื่อนๆ ไม่ชอบและไม่มีเพื่อน นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการถูกไล่ออกจากโรงเรียน เกิดความเครียดและเป็นโรคซึมเศร้า นอกจากนี้ยังมีข้อมูลระบุว่าเด็กที่เริ่มรังแกผู้อื่นตั้งแต่ 8 ขวบ มีแนวโน้มก่ออาชญากรรมเป็น 6 เท่าของคนปกติ ตอนอายุ 24 อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด มีพฤติกรรมอันธพาลและทำเรื่องผิดกฎหมายอื่นๆ รวมทั้งมีพฤติกรรมชอบทำลายผู้อื่น เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จึงเสี่ยงที่จะทำร้ายคู่สมรสและลูกๆ พฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลกระทบด้านลบในสังคม เริ่มจากสังคมเล็กๆ อย่างครอบครัว ไปจนถึงชุมชน และสังคมได้

นอกจากนี้การกลั่นแกล้งในโรงเรียนยังส่งผลกระทบต่อบุคคลที่สาม หรือผู้เห็นเหตุการณ์อีกด้วย ซึ่งผู้เห็นเหตุการณ์ความรุนแรงจะเกิดความรู้สึกไม่ดี ไม่ชอบ หงุดหงิด รำคาญใจ จนถึงขั้นไม่อยากไปโรงเรียน ยิ่งเมื่อเห็นเหตุการณ์การกลั่นแกล้งซ้ำๆ นานวันเข้าจะมองการรังแกกันเป็นเรื่องธรรมดา และอาจเป็นผู้กระทำต่อในอนาคต

ส่วนวิธีป้องกันในเบื้องต้นเมื่อ ‘ถูกกลั่นแกล้ง’ เริ่มได้จากพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูควรสอนให้เด็กๆ รู้จักบอกกล่าวเมื่อถูกรังแก เพื่อให้ผู้ปกครองและครูประจำชั้นแก้ไขปัญหาและปรับพฤติกรรมของเพื่อนที่ชอบรังแกคนอื่น, พยายามอยู่กับกลุ่มเพื่อน ไม่อยู่คนเดียว ซึ่งเป็นการปิดโอกาสที่จะถูกแกล้ง และเมื่อถูกรังแกไม่ควรตอบโต้กลับ เพราะการตอบโต้จะทำให้ถูกกลั่นแกล้งมากกว่าเดิม แต่ให้บอกผู้ใหญ่หรือครูแทน เพราะพฤติกรรมการกลั่นแกล้งในโรงเรียนป้องกันได้ เมื่อทุกคนใส่ใจ

อ้างอิงจาก: http://www.prdmh.com/สาระสุขภาพจิต/infographic/90infographic/947-กลั่นแกล้ง-รังแกกัน-ในโรงเรียน-ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น.html