4 แอปพลิเคชั่น ‘ดีต่อใจ’ เพื่อสุขภาพจิตที่แข็งแรง

หลายครั้งที่ตกอยู่ในสภาวะหดหู่ หรือคนใกล้ตัวมีอาการเครียดจากแรงกดดันของปัญหา สิ่งที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิตใจของเราและพวกเขาได้คือ “ความเข้าใจ” ของคนที่อยู่เคียงข้างที่จะคอยรับฟังปัญหา ช่วยมองหาทางออกด้วยการเป็นที่ปรึกษาที่ดี แต่การแก้ปัญหาให้ตรงจุด ต้องมาจากความเข้าใจปัญหาและสุขภาพจิต เพื่อคอยฟื้นฟูสุขภาพจิตที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง วันนี้เราจึงมี 4 แอปพลิเคชั่น ‘ดีต่อใจ’ ที่ช่วยเสริมให้สุขภาพจิตของทุกคนแข็งแรงมาฝากกัน

  1. Smile Hub: แอปพลิเคชั่นจาก ‘กรมสุขภาพจิต’ ซึ่งรวบรวมข้อมูลความรู้ที่เข้าใจง่าย รวมถึงแบบประเมินสุขภาพจิตที่สามารถทำและประเมินผลได้ในรูปแบบออนไลน์ที่ให้ประชาชนสามารถประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง โดยกรมสุขภาพจิตจะมีการปรับปรุงและอัพเดทแบบประเมินอยู่เสมอ แถมยังมีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เสมือนมีจิตแพทย์อยู่ข้างกายอีกด้วย นอกจากนี้ Smile Hub เป็นระบบประเมินผลแบบอัตโนมัติ จึงใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งยังตามผลการประเมินได้และยังสามารถแชร์ไปยังโซเซียลมีเดียได้หากต้องการ โดยแบบประเมินจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ตามช่วงวัย ได้แก่ เด็กแรกเกิด -11 ปี , วัยรุ่น 12-17 ปี , วัยทำงาน 18-60 ปี และวัยสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เพื่อให้การประเมินเป็นไปอย่างแม่นยำ พร้อมกับโปรแกรมคำแนะนำที่ตรงจุด เช่น แบบประเมินในกลุ่มวัยเด็กจะมีโปรแกรมเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ และหน่วยงานเชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กของกรมสุขภาพจิต ฯลฯ นอกจากนี้ภายในแอปพลิเคชั่นยังประกอบด้วย ‘มุมความรู้’ ซึ่งเป็นบทความสุขภาพจิตและคำคมที่ให้กำลังใจอีกด้วย

  1. Sabaijai: แอปพลิเคชั่นจาก ‘โรงพยาบาลจิตเวช ขอนแก่นราชนครินทร์’ ซึ่งจัดทำขึ้นจากมุมมองจิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นแอปพลิเคชั่นที่ช่วยประเมินสภาวะทางด้านจิตใจของตัวเองและคนรอบตัวว่า ‘มีภาวะที่เสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองหรือไม่’ โดยภายในแอปพลิเคชันมีการแยกหมวดหมู่ปัญหาอย่างชัดเจน ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงการให้คำปรึกษา ซึ่งประกอบด้วย 5 หัวข้อหลัก ๆ คือ (1) ไขคำตอบ ไขข้อข้องใจ (2) แบบคัดกรอง (3) ใครสักคนที่อยากคุยด้วย (4) สายด่วนสุขภาพจิต และ (5) เติมพลังใจกันเถอะ นอกจากนี้ภายในแอปพลิเคชันยังมีคำแนะนำที่จำแนกตามความเหมาะสมทั้งเพศและอายุ โดยอายุแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ 15-24 ปี อายุ 25-59 ปี และอายุ 60-65 ปี เพื่อให้ได้ผลประเมินที่แม่นยำ นอกจากนี้เรายังสามารถอ่านข้อความหรือฟังเสียงบรรยายจากเมนูบทความที่ช่วยเติมกำลังใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิต การเรียน ความรัก การงาน การเงิน ครอบครัว และสุขภาพ รวมทั้งยังมีบทความที่เกี่ยวกับคำสอนศาสนาต่างๆ โดยผู้ใช้สามารถตั้งค่าเสียงดนตรีประกอบการอ่านเพื่อความผ่อนคลาย และสามารถบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ผู้ใกล้ชิดและโทรหาสายด่วนสุขภาพจิตที่มีผู้ให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

  1. ค้นพบความสุขกับลูกวัยรุ่น: แอปพลิเคชั่นจาก ‘สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์’ ที่ช่วยให้พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ “ค้นพบความสุขกับลูกวัยรุ่น” โดยวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้พ่อแม่สามารถเข้าถึงความรู้เรื่องการเลี้ยงดูลูกหลานวัยรุ่นในสังคมปัจจุบันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม พร้อมกับนำความรู้เหล่านี้ไปใช้และเข้าใจสภาพจิตใจของวัยรุ่นได้อย่างถูกต้องภายในแอปพลิเคชั่นมาพร้อมฟีเจอร์ที่แยกหมวดหมู่ยังชัดเจน เพื่อให้พ่อแม่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย อาทิ แบบประเมินสำหรับพ่อแม่ เพื่อดูว่า ‘คุณเป็นพ่อแม่แบบไหน’ , รู้จัก เข้าใจ และฝึกฝนการใช้ภาษาฉัน หรือ I Massage, เข้าใจธรรมชาติของวัยรุ่น, วิธีการพูดคุยกับลูกวัยรุ่น, พร้อมกับการตอบทุกข้อสงสัยของพ่อแม่เกี่ยวกับลูกวัยรุ่น ฯลฯ ที่สำคัญยังใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็ใช้งานได้

  1. Mindfit: แอปพลิเคชั่นจาก ‘กรมสุขภาพจิต’ ที่พัฒนาขึ้น “เพื่อป้องกันการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า” ในวัยรุ่น ซึ่งภายในแอปพลิเคชั่นจะประกอบด้วยกิจกรรมในการปรับความคิด การจัดการกับปัญหา การปรับพฤติกรรม การฝึกคิดบวก การแสดงความรู้สึก และการปรับเป้าหมายของชีวิต จุดเด่นของแอปพลิเคชั่นนี้อยู่ที่การประเมินอาการซึมเศร้าด้วยสัญลักษณ์หน้าตาที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับผลประมวลเป็นพลังใจ นั่นคือหากซึมเศร้ามากพลังใจจะน้อย และแอปพลิเคชั่นจะส่งกิจกรรมต่างๆ ตลอด 1 เดือนให้ผู้ใช้ได้ปฏิบัติ เพื่อเพิ่มพลังใจให้มากขึ้น โดยในแต่ละวันแอปพลิเคชั่นจะเตือนให้เราทำกิจกรรมที่ถูกกำหนด พร้อมกับให้กำลังใจและให้รางวัล เช่น เมื่อแอปพลิเคชั่นกำหนดกิจกรรมให้ผู้ใช้นอนพักผ่อนให้เพียงพอ หากช่วงเวลาที่ควรนั้น ผู้ใช้กลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น แอปพลิเคชั่นจะทำการเตือนให้พักผ่อน เป็นต้น

ดังนั้นหากกำลังตกอยู่ในสภาวะจิตใจย่ำแย่ทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง แอปพลิเคชั่นเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิตให้กลับมาแข็งแรงได้ในเบื้องต้น แต่หากลองใช้แอปพลิเคชั่นเหล่านี้แล้วยังไม่สามารถปรับสุขภาพจิตให้ดีขึ้น อย่ารอช้าที่จะไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะเรื่องสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะปล่อยปละไม่สนใจได้

 

อ้างอิงจาก:

https://www.dmh.go.th/apps/

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/767431

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/767431