Bully ตามติดชีวิตเด็กจ๋อง

Bully ตามติดชีวิตเด็กจ๋องเป็นชื่อเรื่องภาษาไทยของหนังสารคดีที่นำเสนอเรื่องความรุนแรงการรังแกในโรงเรียนที่เกิดขึ้นในสังคมอเมริกากำกับโดยลีเฮริร์สซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยถูกรังแกมาก่อนในสมัยเรียนเช่นกันเขาได้สร้างสารคดีเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเด็กๆที่เป็นเหยื่อของการรังแกโดยใช้หนังสารคดีเรื่องนี้เปิดเผยความจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กๆที่ถูกรังแกให้สังคมในวงกว้างได้รับรู้

เหตุการณ์ในสารคดีเป็นเรื่องราวในช่วงปี 2009-2010 ผู้สร้างได้ติดตามชีวิตของเด็กและครอบครัว ที่ถูกรังแก 3 ครอบครัว ได้แก่ อเล็กซ์(12ปี) จาเมย่า(14ปี) เคลบี้(16ปี)  โดยติดตามถ่ายเหตุการณ์การรังแกที่เกิดขึ้นกับเด็กในชิวิตประจำวันของพวกเขาจริงๆโดยเรื่องราวของแต่ละคนมีเรื่องราวแตกต่างกันไป

สถานการณ์ของอเล็กซ์เป็นเรื่องราวในฐานะของผู้ถูกรังแกซ้ำๆเป็นเวลานานเนื่องจากเขาไม่ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ไหญ่ในยามที่ต้องการนั่นทำให้เขาเลือกที่จะไม่บอกใครเกี่ยวกับเรื่องของการรังแกที่เกิดขึ้นและปล่อยให้การรังแกเกิดขึ้นต่อไป

เรื่องราวของ เคลบี้ ผู้ที่ถูกมองมองว่าเป็นตัวปัญหาของโรงเรียนเพียงเพราะว่าเธอเป็นเพศทางเลือก ผู้คนรอบข้างรังเกียจและต่อต้านเธอแล้วครอบครัว แต่เคลบี้เลือกที่จะสู้เพื่อพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้เป็นตัวปัญหาเพียงเพราะว่าเธอเป็นเพศทางเลือก   

ต่อมาเป็นเรื่องราวของจาเมย่าเด็กสาวที่มีผลการเรียนดีเป็นที่ภาคภูมิใจของครอบครัวแต่ที่โรงเรียนเธอถูกเพื่อนๆรังแกจนสร้างแรงกดดันทำให้วันหนึ่งเธอใช้ปืนของแม่ข่มขู่เพื่อนไม่ให้รังแกเธอซึ่งทำให้เธอกลายเป็นผู้ต้องหาที่รอการพิจารณาคดี

ซึ่งในสารคดีได้เน้นนำเสนอประเด็น การจัดการกับการรังแกของเด็ก ผู้ใหญ่ เช่น ครู พ่อแม่ผู้ปครองของพวกเด็กๆ ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจต่อปัญหาการรังแกในบทบาทของผู้ใหญ่และผู้ปกครองในสถานการณ์จริงได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ทางผู้สร้างได้นำเสนอสถานการณ์การรังแกที่เกิดขึ้นในอเมริกา โดยใช้เรื่องราวของครอบครัวที่สูญเสียลูกๆ จากการรังแกที่โรงเรียน จากหลายหลายๆที่แห่งทั่วอเมริกา โดยในสารคดี ได้นำเสนอเรื่องของ ครอบครัวลอง และ ครอบครัวมอสลีย์ที่ได้สูญเสียลูกๆไป ซึ่งพวกเขาได้รวมตัวพ่อแม่ที่สูญเสียลูกๆเหมือนกันร่วมรณรงค์ให้สถานศึกษาสอดส่องดูแลเรื่องการรังแก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียแบบเดียวที่เกิดกับลูกๆของพวกเขาขึ้นอีก

สารคดีเรื่องนี้ได้นำเสนอให้เห็นถึงปัญหาการรังแก ทั้งสาเหตุ  วิธีการจัดการการรังแกและผลกระทบขึ้นที่เกิดจากการรังแกขึ้นผ่านการติดตามชีวิตของเด็กๆและเปิดเผยให้เห็นความจริงที่ว่าแม้แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วปัญหาการรังแกยังไม่ได้รับการเอาใจใส่และแก้ไขอย่างจริงจังซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียจนทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องออกมารวมตัวเรียกร้องให้สถานศึกษาจะต้องดูแลให้โรงเรียนเป็นที่ปลอดภัยสำหรับลูกๆแต่ก็มีพ่อแม่บางส่วนที่ไม่รู้ว่าลูกของพวกเขาเป็นเป็นอย่างไรเมื่ออยู่โรงเรียนและเลือกที่จะไม่สนใจและปล่อยให้การรังแกเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆทำให้ในอเมริกาเกิดความตื่นตัวเรื่องการรังแกและการเป็นวาระระดับชาติที่ต้องการแก้ไขในเวลาต่อมา

หากเทียบใบในบริบทของไทยแล้ว ยังมีเด็กจำนวนมากที่ถูกรังแกที่โรงเรียน โดนล้อ หรือโดนกีดกันออกจากกลุ่มเช่นกัน ถึงแม้ว่าการรังแกที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เห็นชัดเจนแบบที่เกิดขึ้นในสารคดี เพราะด้วยบริบทสังคมทำให้สังคมไทยยังมองว่าเป็นเรื่องของเด็กๆที่เล่นกันแรงๆไปหน่อยเท่านั้น  ถึงแม้ว่าในประเทศไทยจะยังไม่ได้มีรายงานความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการรังแกที่ชัดเจน หรือมีการรวมกลุ่มของผู้ปกครองที่สูญเสีย แต่จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าเราหันมาใส่ใจกับการรังแกไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างการล้อเลียน หรือการนินทาคนอื่น รวมถึงการเคารพในความแตกต่างของคนอื่นที่อยู่ร่วมกันในสังคมและไม่เพิกเฉยต่อความรุนแรง หรือมองว่าเป็นเรื่องปกติ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่สามารถช่วยให้ปัญหาการรังแกลดความรุนแรงลงไปได้ทางหนึ่ง