สั่งลงโทษเด็กที่ไปรังแกคนอื่นด้วยการแก้ผ้าหน้าแถว = การผลิตซ้ำความรุนแรง

จากกรณีข่าว สมควรมั้ย?! ครูสั่งลงโทษแก้ผ้าหน้าแถว หลังแกล้งดึงเสื้อผ้าเพื่อนขาพิการ ที่ผู้ใช้พันทิปได้ตั้งกระทู้ถามว่าครู ลงโทษนักเรียน โดยให้แก้ผ้าหน้าแถว สมควรหรือไม่ สืบเนื่องจากนักเรียน ชั้น ม.6 ของโรงเรียนชื่อดังจังหวัดระยอง ได้แกล้งดึงกางเกงและเสื้อของเพื่อนที่มีความผิดปกติของร่างกายบริเวณขา  สุดท้ายนักเรียนกลุ่มนี้ยอมรับผิดและขอโทษพ่อแม่ของนักเรียนที่ถูกแกล้ง แต่ต่อมา เวลาเข้าแถวตอนเช้า ครูฝ่ายปกครองเรียกนักเรียนที่แกล้งเพื่อนมาสั่งให้ถอดกางเกงออกจนเหลือแต่กางเกงใน ท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆ และครู ทำให้นักเรียนทั้ง 4 อับอายอย่างมาก

โดยทางเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เด็กถูกทำโทษเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนปิดเทอม โดยเด็กที่ถูกลงโทษมีทั้งหมด 4 คน เป็นนักเรียนชายทั้งหมด ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนความคืบหน้าต้องให้ทางผู้บริหารเป็นผู้ชี้แจง แต่ขณะนี้เป็นช่วงปิดเทอม ผู้บริหารได้เดินทางไปประชุมอยู่จึงติดต่อใครไม่ได้

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ทางโรงเรียนได้ไล่นักเรียนทั้ง 4 คนออกแล้ว ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว คงต้องรอให้ทางผู้บริหารเป็นผู้ชี้แจงต่อไป

จากการสอบถามเด็กนักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนเอกชนชื่อดัง จ.ระยอง ได้เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีการลงโทษ เด็กนักเรียนชายชั้นม.6 รวม 4 คน โดยการแก้ผ้าจนเหลือกางเกงในตัวเดียว หน้าเสาธงขณะเข้าแถว สาเหตุเพราะไปแกล้งเพื่อนนักเรียนที่พิการขา โดยการแก้ผ้า จึงถูกลงโทษเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

..จากข่าวนี้เราจะเห็นได้ว่า เด็กๆทั้ง 4 คน ได้ไปรังแกเพื่อนพิการ พอทางครูทราบเรื่อง ก็ได้ลงโทษเด็กๆเหล่านั้น คำถามก็คือ การลงโทษด้วยการให้แก้ผ้าหน้าแถวจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการรังแกกันได้หรือไม่?? พฤติกรรมการรังแกอาจลด แต่กลับไปสร้างรอยแผลให้กับนักเรียนทั้ง 4 คนเพิ่ม เราเรียกการกระทำแบบนี้ว่า”การผลิตซ้ำ”

ก็อาจจะใช่ ในมุมมองของหลายๆคนมองว่าคนที่ไปรังแกคนอื่นสมควรได้รับการลงโทษ แต่!! การลงโทษที่เห็นนี้เป็นการ”ใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหาความรุนแรง”และยังเข้าข่ายเป็นการคุกคามทางเพศอีกด้วย แล้วเด็กๆเหล่านั้นจะรู้สึกอย่างไรบ้าง? การแก้ปัญหาการรังแกกันมีอยู่หลายวิธี แต่การสั่งลงโทษรุนแรงแบบนี้ ก็เท่ากับครูเป็นคนไปรังแกเด็กนักเรียนทั้งสี่คนนี้เช่นกัน ทำให้เกิดเป็น”วงเวียนของการผลิตซ้ำ” เราๆเองที่เห็นดีเห็นงามกับการลงโทษนี้ ก็ไม่ต่างจากคนที่คอย”เชียร์”ให้มีการรังแกเกิดขึ้นซ้ำอีกนั่นเอง

อ้างอิงเนื้อข่าวจาก https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_1628910