เลิกคบกับเพื่อนเพราะเพื่อนงี่เง่า ชอบเอาแต่ใจ

เว็บบอร์ด เลิฟแคร์ไม่รังแกกันหมวดหมู่: Questionsเลิกคบกับเพื่อนเพราะเพื่อนงี่เง่า ชอบเอาแต่ใจ
นิรนาม ถามเมื่อ 6 เดือน ที่แล้ว

          คือเรา 2 คนสนิทกันมากค่ะ คบกันตั้งแต่ ม.1 ความสามารถพิเศษเหมือนกันเลยต้องซ้อมด้วยกันบ่อย ช่วยเหลือกันมาตลอด แต่เขาจะออกแนวลูกคุณหนู เอาแต่ใจมากไปหน่อยค่ะ ไม่ค่อยมีเหตุผล ชอบทำตัวเป็นที่ 1 ในกลุ่มค่ะ แต่เราก็พยายามทน
          แต่เมื่อ 3-4 วันก่อน เรากำลังรอเข้าเรียนอยู่หน้าห้องค่ะ เขาหันมาถามเรานู้นนี่เราตามปกติค่ะ เราก็ตอบไปนะคะ แต่อยู่ดีๆเขาก็ตะโกนใส่หน้าเราแรงๆมาก ว่า ” กูก็แค่ถาม ” เราแบบ งง เอ๊ะทำไรผิด เราก็โกรธด้วย เราเลยพูดเรียบๆใส่ว่า  ” กูก็แค่บอกมั้ยละ ? ”  
ทีนี้เราก็ไม่พูดด้วยกันอีกเลยค่ะ
          แล้ววันนี้ เราถูกเพื่อนผู้ชายมากวน เราเลยโพสต์ลงใน Facebook ว่า ” ทำไมต้องมาทนกับคนนิสัยไม่ดี ” จากนั้นประมาณชั่วโมงกว่าๆ เขาก็ลงสตอรี่ในไอจีประมาณว่า ไม่ให้เรามาแขวะ เขาไม่ชอบ  แล้วเขาก็ไปด่าเราในกลุ่มแชทค่ะ บอกเราว่าอย่า-เรื่องของเขา เขาจะดีเลวก็ไม่ต้องมายุ่ง เขาไม่ชอบ เราก็งงมากค่ะ เลยตัดสินใจ ชั่งหัวมัน ไหนๆก็จะจบ ม.3 แล้ว เลิกคบไปเลยถ้าจะงี่เง่าแบบนี้ 
เราตัดสินใจถูกมั้ยค่ะ ? เราว่าเราไม่ผิดนะ ไม่เข้าใจเลย ตอนนี้ไม่ยากพูดไม่อยากมองหน้าไม่อยากอะไรกะคนนี้แล้ว แต่คือยังต้องทำงานร่วมกัน ต้องไปแข่งด้วยกัน เราเครียดๆมากๆ ทำไงดีค่ะ ไม่อยากทนแล้ว
ใครเคยมีประสบการ์ณหรือคำแนะนำช่วยแชร์หน่อยนะคะ 

ปล.ขออภัยที่ใช้คำหยาบนะคะ

2 Answers
พี่ไกด์พี่ไกด์ ทีมงาน ตอบเมื่อ 5 เดือน ที่แล้ว

เรื่องแบบนี้คงไม่ได้ว่าใครผิดใครถูกน่ะ เพราะความสัมพันธ์ ความรู้สึกและท่าที ระหว่างตัวเรากับคนรอบๆข้าง ไม่ว่าจะกับใคร เรื่องบางเรื่องอาจจะละเอียดอ่อนและไวต่อความรู้สึกระหว่างกันมาก โดยเฉพาะกับคน “สนิท” ยิ่งต้องระมัดระวังยิ่งแคร์กันมากก็ยิ่งเปราะบางมากกับเรื่องความสัมพันธ์…แต่ว่าการสนิทกันอาจจะไม่ใช่เรื่องต้องทนกันน่ะ…หากเราหวังดีและห่วงกัน ก็ต้องบอกกันให้รับรู้ถึงพฤติกรรมที่อาจจะส่งผลกระทบต่อตนเองและคนอื่นด้วยท่าทีที่เป็นมิตรได้ และไม่ต้องรอจนกลายเป็นความเคยชินแล้วกลายเป็นเรื่องไม่ชอบอีกฝ่ายไปในที่สุด พอถึงตอนนั้นท่าทีการแสดงออกต่อกันมันก็จะรู้เลยว่าไม่เหมือนเดิม แม้ว่าเราจะบอกว่าเราทำเหมือนปกติ..

หากเราถูกทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ…การบอกกับเพื่อนคนนั้นตรงๆให้เพื่อนได้รับรู้ว่าเรารู้สึกอย่างไรจากการกระทำของเขาด้วยท่าทีที่หนักแน่นแต่เป็นมิตรนั้น..เป็นเรื่องที่ควรทำ…ในทางตรงข้ามการเขียนข้อความระบายในสื่อออนไลน์แม้เราจะไม่ได้ระบุว่าเขียนถึงใครและเป็นสิทธิของเราที่จะเขียน แต่ทุกคนที่เห็นก็อาจจะเกิดการเข้าใจผิดได้ง่าย ก็ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบๆข้างเรายิ่งแย่ลงไปด้วย
ดังนั้นตอนนี้คำถามสำคัญก็คือ “เราจะยังอยากใช้เวลาที่เหลือในช่วง ม.3 กับเพื่อนคนนั้นที่ต้องเจอกันและต้องทำงานด้วยกันอีกอยู่หรือไม่? ดูเหมือนคำตอบจะมีอยู่ 2 ทางเลือก คือ

1.ไม่อยากคบ ไม่อยากทน…ตัวเลือกนี้ ถ้าจะทำให้ได้ก็ต้อง ตัดความสัมพันธ์ทุกอย่างที่เราต้องไปเกี่ยวข้องด้วย นั้นแปลว่า เราก็ต้องเข้มแข็งพอที่จะไม่สนใจและตัดใจให้ได้เวลาเจอกัน และงานทุกอย่างที่เคยทำด้วยกันมาก็ต้องถอนตัวออกมาให้หมด และก็ต้องยอมรับว่าความสัมพันธ์มันจะไม่เหมือนเดิมแน่ๆ รวมทั้งอาจจะมีผลกระทบต่อเรื่องงาน…แต่มันจะดีขึ้นหากเราสามารถรับผิดชอบหรือจัดการกับผลกระทบจากการตัดสินใจแบบนี้ได้ และเมื่อเราทำใจกับมันได้แล้ว(ใช้เวลาหน่อยนะ)

2.ยังแคร์และอยากคบเพื่อนคนนั้นอยู่..ถ้าเลือกอันนี้ ไม่ต้องคิดว่าใครจะผิดจะถูก ซึ่งเรื่องไม่เข้าใจกันมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ…ดังนี้นเราต้องกล้าที่จะเดินไปหาเพื่อนและปรับความเข้าใจกัน และบอกเพื่อนว่าเราไม่ได้มีเจตนาทำให้เพื่อนเข้าใจผิด เราอยากจะใช้ชิวิต ม.3 ที่เหลืออย่างมีความสุขกับเพื่อนคนนี้และคนอื่นๆด้วย ซึ่งหากเพื่อนคนนั้นเข้าใจและยังอยากคบกับเราเป็นเพื่อนอยู่ เขาก็คงดีใจที่เพื่อนสนิทกลับมา..
หมายเหตุ:อย่างไรก็ตาม ในทางเลือกที่2 ก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วยน่ะ หากเพื่อนคนนั้นก็ตัดสินใจแล้วว่าไม่อยากคบกับเรา อันนี้ก็เป็นสิทธิของเขาเหมือนกัน แต่อย่างน้อยเราก็ได้บอกในสิ่งที่เราต้องการและซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองนะ…ที่เหลือก็ต้องเป็นเรื่องจัดการกับความรู้สึกตนเองและยอมรับกับมัน

ถึงตอนนี้ต้องพิจารณาเองแล้วหล่ะ ว่าจะเลือกแบบไหน หรือ หากมีทางเลือกอื่นอีกก็ต้องนำมาทบทวนดูด้วยหล่ะ และอย่าลืมว่า “ทุกการตัดสินใจจะผูกพันธ์ไปกับเราตลอดชีวิต” จ้า ….(โชคดี มีอะไรก็กลับมาโพสเพิ่มได้เลยนะ)

พี่ซัสพี่ซัส ทีมงาน ตอบเมื่อ 5 เดือน ที่แล้ว

ไม่มีใครผิดใครถูกหรอกค่ะ แต่เป็นความเข้าใจผิดกันแล้วไม่มีการพูดคุยปรับความเข้าใจกัน เรื่องมันจึงเลยเถิด เดี๋ยวนี้การสื่อสารในโลกออนไลน์ มันสั้นมาก ประโยคที่ไม่มีประธาน กริยา กรรม คนที่เข้ามาอ่านที่มีความโน้มเอียง มีอคติ จึงง่ายมากที่จะแปลความหมายผิดไป จะแก้ปัญหานี้หรือจะปล่อยไปให้ความสัมพันธ์มันจบลงแบบไม่ค่อยสวยก็ขึ้นกับว่าคุณแคร์ความสัมพันธ์/เพื่อนคนนี้มากพอไหม ถ้ายังคิดว่าจะไปต่อเพราะยังต้องทำกิจกรรมร่วมกันก็หาเวลาคุยกันตัวต่อตัว หากว่ายังไม่กล้าเผชิญหน้าก็อินบอกซ์คุยกันทางเฟส บอกข้อเท็จจริงที่ทำให้เพื่อนเข้าใจผิด แสดงความรู้สึกของคุณไปตามตรง เช่น เรารู้สึกแย่ที่เพื่อนทำตะโกนใส่เรา  เราชอบที่เพื่อน…กับเรา เราเชื่อว่าเพื่อนคุณก็มีข้อดี คุณเองก็มีข้อดี ไม่งั้นคุณสองคนคงไม่ได้มาเป็นเพื่อนสนิทกันนานขนาดนี้ ลองดูใหม่นะคะ เริ่มจากเราเลย(ก็เรากล้าหาญไง) ถ้าคุยแล้ว สถานการณ์แย่ลง ก็กลับมาเล่าสู่กันฟังใหม่นะคะ ยินดีรับฟังเสมอ

Your Answer